วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560

【ECO】ว่าด้วยเนื้อเรื่องบทสรุป

(ขอกลับเป็นตัวหนังสือสีขาวนะคะ ;_;)

*ยังไม่เสร็จ100% ยังราวๆ50%อยู่เลย แต่มันเยอะมากจริงๆนะคะ ถถถ ถ้าใครหลงเข้ามาอ่านก่อนหน้าแล้วมันไม่จบก็ขออภัยด้วยค่ะ *

เยอะ เยอะมากๆ....

แต่ที่หายไปนี่คือ โน๊ตบุ๊คเน่าค่ะ.... *หัวเราะทั้งน้ำตา*

ตอนแรกนึกว่าจะเปิดไม่ได้ซะละ ไฟล์สำคัญเยอะมากค่ะ ถถถถ

แต่มันก็ยังอดทนได้อยู่ ก็เลยมาแวบพิมพ์หน่อย

------------------------------------------------------------------------------------------

เป็นเนื้อเรื่องต่อจากเควสอาวุธ120

เพิ่มเติม โน๊ตไว้สำหรับเจ้าของและคนที่หลงมาอ่านตรงนี้....
-ฮัสต้าแทนตัวเองว่าข้า*

🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻

*คลิกที่รูปเพื่อดูภาพเต็มได้นะคะ*
ตามตรงเลยว่า เวลาอ่านเนื้อเรื่องของฮัสต้าบางทีนี่งงจริงๆค่ะ เพราะต้องมาคอยแยกว่าฮัสต้าที่กล่าวถึงนี่หมายถึงฮัสต้าตัวไหน... 

และอีกข้อนึงคือ พยายามจะให้ละเอียดที่สุดแล้ว... แต่ดูเหมือนมันก็จะกึ่งละเอียด กึ่งคร่าวๆ เพราะบางอย่างมันก็พูดเรื่องเดิมๆไปนิด...


⇢ เรามาหาอีมิลที่อัพทาว อีมิลตกใจเล็กน้อย แต่มาช่าเป็นคนขอให้เราช่วยไปหารุรุยเย่ เพราะรุรุยเย่ดูไม่ค่อยดี และบอกว่ารุรุยเย่อยู่ทางแผนที่ที่คล้ายๆกับแผนที่วาฬในทางทิศตะวันออก


⇢ เรามาหารุรุยเย่ และช่วยปลอบรุรุยเย่ให้ ซึ่งรุรุยเย่อธิบายว่า ที่มาแผนที่นี้เพราะว่ามันคล้ายๆกับแผนที่ที่เบริลและลิลลี่ตกลงไป เลยอยากมาสำรวจเผื่อจะเจอลิลลี่กับเบริล แต่ก็ไม่เจอ และเสียใจไปพอสมควร ซึ่งเราก็คอยปลอบรุรุยเย่เรื่อยๆซึ่งอารมณ์พี่แกก็ขึ้นๆลงๆ พอปรับอารมณ์ได้ก็ชวนกันกลับไปหาพวกอีมิล


⇢ หลังจากนั้นเราก็กลับไปหาพวกอีมิลที่อัพทาว และเจอไททัสกับทิต้า ซึ่งรุรุยเย่ก็ถามเรื่องการตามหาเบริลกับลิลลี่ใส่ไททัสไป ซึ่งไททัสก็พูดไปตามความจริงว่าไม่ได้อะไรเลย และทิต้าก็ขอโทษรุรยเย่ไป แต่รุรุยเย่ก็รีบขอโทษที่รบกวนไททัสและทิต้าสวนกลับไป และบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงรุรุยเย่ พร้อมกับขอบคุณไททัสและทิต้าที่ช่วยรุรุยเย่ด้วย 

ซึ่งไททัสก็ได้บ่นเป็นลางๆว่า ทำไมรุรุยเย่อารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวไม่ดี...

แล้วหลังจากนั้นก็ชวนกันไปหาฮัสต้ากับไททาเนียดราก้อน และเดินทางไปหาไททาเนียดราก้อน

⇢ ช่วงก่อนขึ้นเรือไป มาช่าแอบมาขอบคุณเราที่ช่วยคุยกับรุรุยเย่ และรุรุยเย่ดูอารมณ์ดีขึ้นมากๆ



⇢ เนื้อเรื่องตัดฉากมาที่ฮัสต้าที่กำลังอยู่ที่ฟาอีส ซึ่งได้เดินทางมาตามที่ไททาเนียดราก้อนบ่นๆ(เหมือนกับว่าได้ยินไททาเนียดราก้อนคุยรึอะไรซักอย่าง แต่ไม่ได้รู้เพราะถามไททาเนียดราก้อน..) ซึ่งฮัสต้าสัมผัสได้ว่ามีพลังความมืดบางอย่างที่เป็นพลังของฮัสต้าอยู่แถวนี้ค่ะ 

⇢ อนึ่ง ฮัสต้าร่างมืดก็ได้เห็นฮัสต้าร่างคนจากทางด้านบน ซึ่งถ้าสังเกตแล้ว ฮัสต้ากำลังสิงนักดาบที่พวกอีมิลเคยเจอเมื่อตอนโน้นค่ะ 

ซึ่งฮัสต้าร่างมืดเมื่อได้เห็นฮัสต้าร่างคน ก็ได้สังเกตบางอย่างที่เปลี่ยนไป เพราะฮัสต้าร่างมืดรู้สึกว่า ฮัสต้าร่างคน*มีพลังบางอย่างที่เหมือนกับตนเอง และก็ได้สังเกตว่า เวลาตนเองจะทำอะไร จะไม่ค่อยมีความรู้สึกอะไรบางอย่างมารั้งไป จึงคิดว่า ฮัสต้าร่างคนน่าจะเป็นตัวอันตรายสำหรับตนเองเป็นอย่างมาก จึงคิดที่จะกำจัดฮัสต้าร่างคนออกไป 

*จากเนื้อเรื่องซาก้าของฮัสต้า จะทราบกันว่า ฮัสต้าร่างคนคือเศษเสี้ยวของจิตใจด้านดีที่เหลืออยู่ของฮัสต้าค่ะ ซึ่งร่างมืดคือตัวจริงๆ แต่ถ้าร่างคนก็คือจิตใต้สำนึกนี่เอง แต่ตัวเราก็ช่วยให้จิตใจด้านดีให้ออกมาสู่โลกภายนอกได้ในรูปร่างหน้าตาของฮัสต้าร่างคนค่ะ



⇢ พวกอีมิลได้เดินทางมาที่หอคอยที่ไททาเนียดราก้อนอยู่ ซึ่งทุกอย่างก็ดูเกือบจะปกติแล้ว ถ้าทิต้าไม่ทักขึ้นมาว่า [แล้วฮัสต้าหายไปไหน?]

ซึ่งไททาเนียดราก้อนก็โวยวายที่ฮัสต้าหายไป ประมาณแบบ [เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!] และอีมิลได้ถามว่าฮัสต้าหายไปไหน

ซึ่งไททาเนียดราก้อนก็ได้เล่าให้อีมิลคร่าวๆว่า ฮัสต้าได้บอกกับตนเองว่า [ฉันจะไปกำจัดฮัสต้าเอง] ตอนแรกไททาเนียดราก้อนจะไม่ให้ไปแล้ว แต่ด้วยสายตาที่มุ่งมั่นของฮัสต้า ไททาเนียดราก้อนจึงปล่อยให้ฮัสต้าไป

ซึ่งในแก๊งอีมิลบางคนที่ได้ยินเรื่องเล่าก็บ่นๆทำนองว่า สรุปฮัสต้ายังเห็นพวกนี้อยู่ปาร์ตี้เดียวกันจริงป่ะเนี่ย...

แต่ไททาเนียก็บอกว่าให้ลองไปที่ฟาอีสดู เพราะคิดว่าที่นั่นน่าจะมีเบาะแสมากที่สุดแล้ว

และก่อนที่พวกอีมิลจะไปฟาอีส ไททาเนียดราก้อนก็ได้ให้[瘴気浄化装置]มา ซึ่งเป็นอุปกรณ์อะไรซักอย่างนึงที่ฮัสต้าทำมันขึ้นมาและให้แก่ไททาเนียดราก้อนไว้...

ความสามารถของอุปกรณ์นี้ขอละไว้ทีหลัง เพราะมันอธิบายยากมากๆ.... ต้องขออภัยด้วยค่ะ..  

แต่เพราะความสามารถของอุปกรณ์นี้นั้นเกี่ยวข้องกับเบริลและลิลลี่เล็กน้อย ทำให้รุรุยเย่เกิดสนใจขึ้นมา แต่ไททาเนียดราก้อนบอกว่ายังไม่ได้เบาะแสอะไรเป็นแต่พิเศษ แต่ยังสัมผัสได้ว่าทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งรุรุยเย่ก็เศร้ากินเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ซึ่งหลังจากนี้เป็นบทจิกกัดระหว่างไททัสกับรุรุยเย่เล็กน้อยในเรื่องของความเป็นผู้หญิง... ก่อนที่จะถูกขัดด้วยมาช่าก่อนที่จะเดินทางไปฟาอีส



⇢ บทสนทนาที่แค่ถามเราว่า จะไปฟาอีสเลยไหม...


⇢ ตอนที่เข้ามาในฟาอีส แก๊งอีมิลได้เจอกับกลุ่มคนที่กำลังหนีแฟนธ่อมมาด้วยความหวาดกลัว ซึ่งตอนแรกทิต้าก็กะจะถามความเป็นไปซักหน่อย แต่เพอิญว่า เมื่อทิต้าเข้าไปใกล้ ดันมีคนกลายเป็นแฟนธ่อมเพิ่มไปซะงั้น แก๊งอีมิลเลยโดนเข้าใจว่าเป็นมอนเตอร์กันหมด แล้วสองคนที่เหลือก็หนีไป

ซึ่งไททัสก็อาสาว่าจะสู้กับแฟนธ่อมเอง แล้วให้พวกอีมิลรีบไปตามหาฮัสต้า(ร่างคน) ตอนแรกพวกอีมิลก็ไม่ยอม สุดท้ายก็ยอมอยู่ดี

ซึ่งหลังจากที่พวกอีมิลไปแล้ว ก็ได้มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง*เรียกฮัสต้าก่อนที่จะเปลี่ยนฉากค่ะ

*ดูจากคำพูดแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นเลเฟย์หรือไม่ก็พาราเซลัส คำพูดมันเป็นคำพูดที่เดาบุคลิกยากไปนิด...


⇢ ตัดฉากไปฮัสต้าที่โดนนักดาบที่โดนฮัสต้าร่างมืดสิง ซึ่งอยู่ดีๆนักดาบก็โจมตี ซึ่งฮัสต้าร่างดีเห็นการโจมตีแบบกะทันหันก็สามารถหลบได้ พร้อมบอกว่าเป็นวิธีดีหลายคนใช้เพราะได้ผล แต่วิธีนั้นใช้กับเจ้าตัวไม่ได้ผล ก่อนที่ฮัสต้าร่างมืดในคราบนักดาบจะสังเกตเห็นบางอย่าง และพูดในสิ่งที่ทำให้ฮัสต้าร่างคนได้รู้ว่าตนเองคือฮัสต้าร่างมืดนั่นเอง

อนึ่ง ฮัสต้าร่างคนหมายจะโจมตีนักดาบ แต่ไม่สามารถทำได้... ด้วยเหตุผลที่สามารถเดาได้อย่างไม่ยากเย็นว่า ถ้าเกิดโจมตีฮัสต้าในร่างนี้ จะทำให้นักดาบที่โดนสิงบาดเจ็บได้

หลังจากนั้นพวกอีมิลก็บังเอิญเจอฮัสต้าพอดี... 

และก็ได้เข้ามาโวยวายใส่ฮัสต้า ซึ่งฮัสต้าก็ขอโทษไปตามระเบียบ

หลังจากที่คุยกันเล็กน้อยเสร็จ อีมิลก็ได้ถามฮัสต้าว่า ฮัสต้าร่างมืดอยู่ไหน เจอเบาะแสอะไรไหม

ฮัสต้าก็ตอบไปตรงๆว่า [ก็อยู่ตรงหน้านี่แหละ] 

ซึ่งเมื่อพวกอีมิลเห็นก็ตกใจหนักมากเพราะเป็นนักดาบที่เคยขอความช่วยเหลือพวกอีมิลไว้ และพวกอีมิลก็เดากันได้ว่า นักดาบคนนี้คงโดนพลังความมืดจนโดนฮัสต้าสิงไปเรียบร้อย 

ซึ่งพวกอีมิลก็เข้าไปต่อสู้กับนักดาบเพื่อที่จะให้ฮัสต้าร่างมืดออกๆไปจากร่าง ซึ่งได้มอบหมายให้มาช่าเป็นคนคอยกันไม่ให้นักดาบคนนี้หนีไปไหน

อนึ่ง นักดาบคนนี้ชื่อไดโอนิกนะคะ แต่ขอเรียกนักดาบดีกว่า ง่ายดี...




⇢ หลังจากที่เราสู้กับนักดาบคนนี้มาได้พักนึง ก็ไม่ได้ช่วยให้ฮัสต้ายอมออกจากร่างแต่อย่างใด จนชาวเมืองผ่านมาเห็น และฮัสต้าร่างมืดก็พยายามกล่อมคนในเมืองให้เข้าใจผิดว่าพวกอีมิลคือต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งตอนแรกคุณปู่ ซึ่งเป็นปู่ของนักดาบคนนี้ซะด้วย ก็แอบตกใจว่าพวกฮีโร่พวกนี้หรอที่เป็นคนก่อเหตุ? แต่ด้วยความเพราะไดโอนิกเป็นหลานของตนเอง พอโดนกล่อมมากๆเข้า และด้วยความเห็นของกลุ่มนักเดินทางที่พวกอีมิลเจอที่หน้าเมืองฟาอีสอีก ทำให้ปู่เชื่อไปอีก

ซึ่งระหว่างฮัสต้าร่างมืดกล่อมคนในเมือง ยิ่งหลังๆนี่ ฮัสต้าร่างคนเกิดการหัวร้อนขึ้นมา บอกให้ฮัสต้าร่างมืดหุบปากไปเลย แถมฟรีร่ายเวทย์ใส่นักดาบอีกต่างหาก...

และแน่นอนว่าแก๊งอีมิลก็ได้โดนคนในเมืองรุมกระทืบแน่ๆ

ซึ่งฮัสต้าร่างมืดเห็นดีแอบล้อเลียนพวกอีมิลก่อนจะหนีไปได้แบบงงๆ.. พวกอีมิลจะบอกให้หยุดแต่ก็โดนคนในเมืองขัด..

ซึ่งระหว่างที่พวกอีมิลก็ปวดหัวว่าจะออกไปจากที่นี่ยังไงดี ก็ได้มีเสียงหนึ่งเข้ามา....


⇢ หลังจากที่มีเสียงลึกลับมา ก็ได้มีกลุ่มลอร์ทั้งหมดหกคนวิ่งเข้ามาช่วยกันคนในเมืองไว้ ประกอบด้วยอัลคาร์ดลอร์ คิโยฮิเมะลอร์ เลเฟย์ลอร์ พาราเซลัสลอร์ ทามาโมะลอร์ และเมฟิลโตเฟเลสลอร์*ค่ะ

*เรียงจากในภาพซ้ายไปขวาเลยค่ะ..

เนื่องด้วยความอวยลอร์เซ็ตนี้(?) เจ้าของบล็อกจึงขยันแปลในส่วนนี้นิดนึง... คำพูดของแต่ละตัวเมื่อเข้ามาในฉากคร่าวๆ
อัลคาร์ด(アルカード・ロア) > มาปุ๊ปกะจะกำจัดคนทั้งแถบเลย
คิโยฮิเมะ(清姫・ロア) > บอกให้อัลคาร์ดใจเย็นๆ
เลเฟย์(ル・フェイ・ロア) > จากที่เคยอยู่ฟาอีสมา ไม่เคยเห็นคนในเมืองเป็นอย่างนี้ เหมือนกับโดนพลังความมืดควบคุมอยู่เล็กน้อย และบอกว่าจะใช้พลังแม่มดช่วยเหลือคนเหล่านี้เอง
พาราเซลซัส(パラケルスス・ロア) > เพอิญเป็นคนไม่ค่อยถนัดการใช้แรงงานเท่าไหร่ (บทพูดมีต่อ แต่เราดูแล้วงงฮะ...)
เมฟิลโตเฟเลส(メフィストフェレス・ロア) > ปีศาจจะทำอย่างไรกับคนที่เสียสติดีนะ? หรือว่าจะสูญเสียตัวเองไปด้วยนะ?
ทามาโมะ(玉藻・ロア) > พี่สาวมาช่วยแล้วนะ~

⇢ อีมิลถามขึ้นมาว่าคนพวกนี้เป็นใครกัน? ซึ่งเลเฟย์บอกว่าพวกตนเองคือลอร์ ซึ่งถือกำเนิดมาจากความเชื่อของคนที่มีต่อเนื้อเรื่องของพวกลอร์ อาทิเช่น เลเฟย์เป็นแม่มดที่มาจากเรื่องของกษัตริย์อาเธอร์ ซึ่งเป็นศัตรูของเมอริน่า

ว่าไปนั่น... เป็นต้นแบบเฉยๆค่ะที่ทางทีมงานนำมาใช้ แต่เนื้อเรื่องจริงๆนี่อีกแบบกัน ซึ่งเนื้อเรื่องฉบับในเกมของลอร์ทั้งหมดมาจากเนื้อเรื่องในนาวิイリスと記憶の書架(ชั้นวางหนังสือกับความทรงจำของอิริส)ค่ะ

เข้าสู่เนื้อหาของเกมต่อ เลเฟย์บอกว่าตนเองคือลอร์ และบอกว่าตนเองมีเวลาไม่มาก และขอให้อีมิลไปถามรายละเอียดที่เหลือของลอร์กับตัวละครเราในภายหลัง

⇢ หลังจากนี้ก็บทสนาจะโยงถึงเรื่องค่าตอบแทนความเหนื่อยของลอร์เล็กน้อย ซึ่งคิโยะก็แอบออกตัวมาขอให้เราเป็นแฟนกับนางแต่เลเฟย์ก็บอกให้คิโยะหยุดและให้มุ่งกับสิ่งที่จะต้องทำตรงหน้าไป

ซึ่งพวกอีมิลก็ได้แต่ขอโทษที่รบกวนลอร์พร้อมกับอวยพรให้ลอร์ปลอดภัยและหนีออกไปจากดงชาวเมืองฟาอีส...



⇢ พวกอีมิลหนีออกมาหน้าเมือง ซึ่งได้รับการติดต่อจากไททาเนียดราก้อนว่าให้ไปตรวจสอบบางสิ่งที่ทองก้า แต่พวกอีมิลก็ยังตามหาไททัสไม่เจอ แล้วยังมีชาวเมืองที่กลายเป็นแฟนธ่อมที่พวกอีมิลจะต้องเคลียร์อีก

แต่พวกลอร์อีกหกคน*ที่เหลือก็ปรากฏตัวมาช่วยพวกอีมิล พร้อมกับไททัสที่ถูกพ่วงมาด้วย และพวกลอร์ก็อาสาจะเคลียร์มอนพวกนี้เอง โดยเฉพาะแวร์วูฟดูมีไฟมากเพราะเคยอยู่เมืองนี้มาก่อน...

และแน่นอนว่าทำนองเดิม ขอโทษที่รบกวนลอร์ก่อนที่จะซิ่งไปทองก้าต่อ...

ปล.สเตลล่าผู้รักHappy Ending----

*ในภาพที่เขียนเลข2ไว้ เรียงจากซ้ายไปขวา บาสเทสลอร์(バステト・ロア) แวร์วูฟลอร์(ワーウルフ・ロア) กัปตันคิดลอร์(キャプテンキッド・ロア) สเตลล่าลอร์(ステラ・ロア) ลูซิเฟอลอร์(ルチフェロ・ロア) และลอเรไลลอร์(ローレライ・ロア)ค่ะ

                                                   (2) ↑




⇢ เนื้อเรื่องในทองก้านั้นไม่มีอะไรมาก แต่จะแอบมีบทสนทนาฮาๆเล็กน้อย..

ตอนแรกพวกอีมิลเข้าเมืองมาเจอนักดาบที่สลบอยู่ เนื่องด้วยว่าฮัสต้าร่างมืดพึ่งออกจากร่างไป และพวกอีมิลก็ปลุกให้ตื่นและบอกให้เจ้าตัวหนีไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ก่อนที่พวกอีมิลจะเดินทางไปเจอกับผู้หญิงที่เคยช่วยไว้ซึ่งกำลังเจอกับฝูงแฟนธ่อม

ซึ่งแน่นอนว่าพวกอีมิลก็ช่วยเคลียร์ให้ตามประสา ก่อนที่จะมีชาวทองก้าหัวเขียวๆ(ชื่อคาเทลิน่า) มาขอความช่วยเหลือจากพวกอีมิล และก็มีแฟนธ่อมฝูงใหม่เข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ไรกับเมย์ก็เข้ามาช่วยอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คิริเอะจะเข้ามาตรวจสอบผู้บาดเจ็บ



⇢ ซึ่งรุรุยเย่ก็ดันพูดประมาณว่า [ตัวเล็กขนาดนี้.. สู้กับมอนไหวหรอ?] แล้วก็โดนไรสวนกลับมาเลยว่า..
[ฉันไม่ได้ตัวเล็กนะ!!] แต่เมย์ก็ล้อเลียนไปแล้วก็โดนไรสวนกลับประมาณว่า [เธอก็ตัวเล็กเหมือนกันนั่นแหละ!!]

แต่สุดท้าย ก็สามารถสงบศึกได้เพราะคิริเอะกล่าวขึ้นมาว่า [แต่คนตัวเล็กก็เก่งมากๆนะ] และอาเรียก็ตามมาช่วยต่อ  ก่อนที่พวกอีมิลจะมุ่งหน้าไปยังส่วนอื่นของทองก้า


⇢ ระหว่างที่เรากำลังเดินทาง ก็ได้เจอกับเอลิเซ่ เซเลส และนานาอิที่กำลังช่วยเหลือชาวทองก้าอยู่

⇢ ซึ่งเราก็เข้าไปทักทายตามปกติ และอีมิลที่คิดมาตั้งแต่ต้นนั่นแหละค่ะ ตั้งแต่ลอร์เลย ก็คิดๆไปตามคนคิดง่ายๆว่าคนพวกนี้คงเป็นเพื่อนของตัวละครเรา... 

⇢ เซเลสโดนเข้าใจผิดว่าเป็นโดมิเนียนไปตามระเบียบ เจ้าตัวจึงรีบแก้ความเข้าใจผิด ซึ่งทำให้ทำสองได้อ๋อว่าทำไมเซเลสถึงใจดีและดูมีความ(จิตใจ)บริสุทธิ์มากๆ ซึ่งก็ได้รับคำชมว่าเป็นบุคลิกที่น่ารักมากๆ

อนึ่ง รุรุยเย่ถามไททัสกับทิต้าว่า ทั้งสองไม่คิดจะทำปีกหรือบุคลิกแบบนี้บ้างหรอ ซึ่งก็ได้ไททัสสวนไปว่า 「นี่มันปีกแบบธรรมชาติโว้ย ไม่เปลี่ยน!」ซึ่งได้ทิต้าเห็นพ้องเช่นเดียวกับพี่ชายว่าตนเองจะไม่เปลี่ยนเช่นเดียวกัน เพราะมันคือปีกออริจินอลที่ครอบครัวนางได้มา...


⇢ หลังจากนั้น พวกอีมิลก็ได้เจอฝูงแฟนธ่อมต่อ และได้เจอกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง(ที่จงใจเดินออกมาให้เห็น) แล้วก็หนีพวกอีมิลไป ซึ่งตัวละครเราก็ได้ตามเด็กผู้หญิงคนนี้ไปแต่ฮัสต้าห้ามไว้ แต่ห้ามไม่ทัน...


⇢ เราได้ตามเด็กผู้หญิงคนนี้ไป และเข้าไปช่วยเหลือเด็กผู้หญิงคนนี้ แต่เด็กผู้หญิงคนนี้ก็เอาแต่บ่นไปเรื่อยก่อนที่จะโจมตีเรา แต่ฮัสต้าก็มาปกป้องเราก่อน

*NOTE : 甘さนอกจากจะแปลว่าหวานแล้ว ยังแปลว่า「ความอ่อนแอ」ได้เช่นกันค่ะ*


⇢ ซึ่งเจ้าตัวก็เปิดเผยอย่างรวดเร็วว่าตัวเองนั้นคือฮัสต้าก่อนที่จะหนีไปแล้วพวกอีมิลก็รีบตามไป


⇢ แต่ในขณะที่เรากำลังจะตามไป ฮัสต้าขอให้เราหยุดก่อน พร้อมกับอธิบายอะไรซักอย่างเกี่ยวกับฮัสต้าอีกคนไว้ แล้วบอกให้เรารีบตามพวกอีมิลไป แล้วพี่แกจะตามไปทีหลัง

⇢ ตอนแรกตัวละครเราก็จะไปแล้ว แต่ก็กังวลว่าอาการบาดเจ็บของฮัสต้าจะทำยังไง ใครจะดูแลพี่แกอีก แต่สุดท้ายมิโคโตะกับฟอลเต้ก็ปรากฏตัวออกมาช่วยเหลือฮัสต้า ก่อนที่มิโคโตะจะรีบไปตามคิริเอะมารักษาฮัสต้า


⇢ หลังจากที่เราตามอีมิลไป แน่นอนว่าฮัสต้า(ในคราบเด็กสาว) ก็หลอกคนในเมืองว่าเราเป็นผู้ร้ายเช่นเดียวกัน ซึ่งก็เหมือนกับในฟาอีส ก่อนที่ตัวละครเราจะโดนชาวเมืองรุมกระทืบ รูริ ริริเอะ และฮิซุยก็ออกมาช่วยพวกเราก่อนที่จะโดนกระทืบ

          และแน่นอนว่า รูริเองก็สังเกตว่าคนในเมืองแปลกๆ แต่ก็บอกให้พวกเราไปที่อื่น ซึ่งริริเอะกับฮิซุยก็บอกว่าให้เป็นหน้าที่พวกนางเอง 



⇢ พวกแก๊งอีมิลก็กลับมาที่อัพทาว พร้อมกับบ่นราวๆว่า ทั้งๆที่พวกอีมิลเคยไปช่วยเหลือคนพวกนี้ แต่กลับไม่มีใครเชื่อเลย และในฉากนี้ พวกอีมิลหมดกำลังใจมากๆ แน่นอนว่าแม้กระทั่งคนที่อารมณ์ดีแบบทิต้าก็เป็นไปกับเขาด้วย

⇢ ตัวละครเราเห็นพวกอีมิลเป็นแบบนั้น จึงคิดจะให้กำลังใจพวกอีมิล ซึ่งถ้าใครทำเควสเนื้อเรื่องมันจะมีช้อยให้เลือกอยู่สองข้อใช่ไหมคะ? ทั้งสองข้อนี้จะราวๆแบบ ข้อหนึ่งจะชกอีมิลเพื่อเรียกสติอีมิลพร้อมกับอธิบายว่าตนเองก็ไม่สบายใจ แต่ก็อยากให้พวกอีมิลมีกำลังใจ

แต่ในขณะที่อีกข้อนั้นเหมือนกับระบายความในใจให้อีมิล แต่ก็ปลุกใจในเวลาต่อมา แบบ ต้องมีกำลังใจนะ อะไรแบบนี้ค่ะ





⇢ ในขณะที่พวกแก๊งอีมิลกำลังมีกำลังใจขึ้นมา รุรุยเย่ก็เกิดคึกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ซึ่งเราจำไม่ได้ว่ารุรุยเย่พูดอะไร แต่ฮัสต้าบอกว่า รุรุยเย่อายุตั้งขนาดนี้แล้ว แต่ทำตัวเหมือนเด็กมากๆ

ซึ่งรุรุยเย่ฟังแล้วไม่สบอารมณ์มากๆ จึงบ่นว่าฉันเหมือนเด็กตรงไหน!? ฉันน่ะมีความกุลสตรีสุดๆเลยนะ แถมด้วยร่างกายที่ดูเป็นหญิงสาวมากๆ

หลังจากที่โวยวายไป เจ้าตัวก็ลากมาช่าแล้วบอกใส่ฮัสต้าด้วยว่า 「ดูอย่างขนาดของมาช่าสิ นี่ไม่ใช่ขนาดของเด็กๆเลยนะ นายจะว่ายังไงล่ะ?」

ซึ่งฮัสต้าก็ได้แต่กินจุดก่อนบอกว่า「ของมาช่าน่ะ....」 ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องและโดนรุรุยเย่โวยว่าบังอาจเปลี่ยนเรื่องหรอ

แต่สุดท้ายก็บอกให้รีบไปมอคกันอยู่ดี....

คงไม่ต้องเดาหรอกเนอะว่าขนาดของมาช่านี่หมายความว่าไง ฮา


⇢ ในขณะที่เรากำลังเดินตามพวกอีมิลไป ฮัสต้าก็ได้เรียกเราให้มาคุยกับนางแป๊ปนึง ซึ่งตัวละครเราก็ได้ถามว่าฮัสต้าเป็นอะไรรึปล่าว? มีอะไรกังวลใจไหม?

         ฮัสต้าก็บอกอยู่ว่ากังวลบางสิ่งเกี่ยวกับพวกอีมิล ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้บอกด้วย แต่ตัวละครเราก็ถามฮัสต้าลึกไปอีก แต่สุดท้ายฮัสต้าก็ไม่ได้บอกอะไร และบอกว่าอาจจะคิดมากไปเอง ก่อนที่จะขอโทษเราแล้วชวนให้เรารีบตามพวกอีมิลไป


⇢ หลังจากตามพวกอีมิลมาทางทุ่งหญ้าตะวันตกแล้ว ก็เดินทางไปมอคกันต่อค่ะ


⇢ พอเดินทางถึงมอคแล้ว พวกอีิมิลก็เจอกลุ่มชาวมอคกลุ่มนึง ที่อยู่ดีๆก็มีคนในกลุ่มกลายเป็นแฟนธ่อม ฮัสต้าจึงรีบเข้าไปช่วยปกป้องให้ ก่อนที่สองคนที่เหลือในกลุ่มจะหนีหายไป


⇢ ซึ่งพวกอีมิลก็สังเกตว่าคนแทบทั้งเมืองกลายเป็นแฟนธ่อมไปแล้ว ทำให้ไม่มีคนคอยเฝ้าหอแสง ทำให้มีมอนเตอร์บางส่วนจากหอแสงหลงมาอยู่ที่มอค ซึ่งก็ลำบากพวกอีมิลต้องมาสู้อีก

⇢ แต่ก่อนที่พวกอีมิลจะได้ไปสู้ ดันเจอกับฝูงแฟนธ่อมกลุ่มแรกก่อน ซึ่งก่อนที่จะไปต่อ ก็ดันเจอแฟนธ่อมมารุมปิดทางมากเกินไปจนมีชินมะออกมาช่วย ก่อนที่โอลิเวียกับไทนี่ซังจะออกมาแนะนำตัว

      อนึ่ง หลังจากแนะนำตัวนิดหน่อยกันเสร็จ ก็พากันลุยแฟนธ่อมจนสุดท้ายก็ต้องแยกกับชินมะสี่ตัวแรกที่เข้ามาช่วยเหลือเรา

*หมายเหตุ ในภาพที่มีชินมะเรียงกันสี่ตัวเรียงดังนี้ค่ะ 麒麟(กิเลน) リヴァイアサン(ลิเวียธาน) バフォメット(บาโฟเมท) และヤタガラス(ยาตะการาสุ)ค่ะ  *



⇢ หลังจากที่แยกกับพวกชินมะเซ็ตแรก ก็สู้กันเรื่อยๆจนเจอฮัสต้าแบบในภาพ ก็มีชินมะเซ็ตใหม่มาช่วย

แน่นอนว่าแนะนำตัวแบบปกติ..... 

จนฮัสต้าได้สังเกตบางอย่างเกี่ยวกับคางุยะ
ซึ่งเจ้าของบล็อกก็ได้ลองสอบถามรุ่นพี่ที่พออ่านเนื้อหาออก รุ่นพี่บอกว่า ฮัสต้าและคางุยะเคยรู้จักกันมาก่อนเพราะอยู่โลกเดียวกันมาก่อนค่ะ...

ซึ่งแน่นอนว่าพอต่อสู้กันไปพักนึงก็แยกกันไปกำจัดมอนต่อ

*หมายเหตุ ภาพที่มีชินมะเรียงกันอยู่สี่ตัวคือ カグヤ(คางุยะ) アスモデウス(อัสโมเดียส) リリム(ลิลิม) และケルベロス(เคลเบรอส)ค่ะ*



⇢ พอแยกกันไปซักพัก ก็เจอเซ็ตใหม่อีกรอบ...
ซึ่งเซ็ตนี้มีคำถามเด็ดจากผู้เล่นคือใครเป็นคนจับกลุ่ม มีแต่คนไม่ปกติ ยกเว้นไอซิสค่ะ...

ซึ่งชินมะในกลุ่มนี้ก็แอบเถียงกันบ้าง แต่ก็สามารถต่อสู้ร่วมกันได้ค่ะ

*หมายเหตุ ภาพที่มีชินมะเรียงกันอยู่สี่ตัวคือ ワルキューレ(วัลคิเระ) バハムート(บาฮามุท) イザナミ(อิซานามิ) และイシス(ไอซิส)ค่ะ*


⇢ หลังจากที่ลุยฝูงแฟนธ่อมมาพักใหญ่ๆ(ซึ่งจริงๆเวลาในเกมกินเวลามากไปราวๆครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาจุดนี้ได้ตั้งแต่เหยียบแมพมอค....) เราก็เจอกับฮัสต้า(ในคราบสาวน้อยอีกแล้ว)ซักที

       แน่นอนว่าฮัสต้าก็เรียกฝูงแฟนธ่อมมาสู้กับเรา แต่ว่าพวกชินมะอีกสี่ตัวที่เหลือก็จะช่วยกันไว้ แล้วรีบให้พวกตัวละครเราตามฮัสต้าไปค่ะ


⇢ หลังจากที่แยกกันกับพวกชินมะไปแล้ว จนตามฮัสต้า(ร่างมืด)ทัน ฮัสต้า(ร่างมืด) ก็ได้พูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับแฟนธ่อมให้ตัวละครเราฟัง เนื่องด้วยเพราะฮัสต้าร่างคนไปต่อปากต่อคำกับพี่แกนั่นเอง

ซึ่งฮัสต้าร่างมืดได้อธิบายว่า แฟนธ่อมนั้น พี่แกสามารถควบคุมได้แค่60% ส่วนที่เหลือเกิดมาเพื่อเมินคำสั่งพี่แก(?)

ซึ่งพูดไม่ทันขาดคำ มีแฟนธ่อมที่อยู่ใน40%ที่เหลือมาโจมตีฮัสต้า ซึ่งพี่แกได้ตวาดใส่แฟนธ่อมประมาณว่าเป็นตัวเกะกะขวางทางก่อนที่จะเอามีดฟันรอบเดียวแฟนธ่อมตาย....

    และได้อธิบายเสริมอีกว่า ถึงแม้ว่าจะควบคุมแฟนธ่อมได้ไม่หมด แต่พี่แกก็สามารถปล่อยควันพิษที่สามารถควบคุมทุกคนในโลกอีมิล(ได้บางส่วนด้วย) ก่อนที่จะพูดจบแล้วอีมิลก็เข้ามาโจมตีตัวละครเรา แต่ฮัสต้าก็มาช่วยกันไว้

      แล้วแน่นอนว่าตอนนี้พวกอีมิลก็โดนฮัสต้าร่างมืดควบคุมไปเรียบร้อย ซึ่งใช้หลักการแบบเดียวกับที่ตัวละครเราเคยโดนฮัสต้าร่างมืดสิง และชาวเมืองบางส่วนที่เปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้ค่ะ

      ซึ่งฮัสต้าก็เลยยอมอธิบายให้เราซักทีว่า นี่แหละคือเรื่องที่ฮัสต้าเป็นห่วง ซึ่งฮัสต้าไม่ห่วงเราก็น่าจะเพราะว่าเราเคยโดนพลังความมืดควบคุมมาแล้ว จึงไม่น่าจะโดนควบคุมด้วยพลังเดิมๆ

       เดี๋ยวๆ ฮัสต้า นี่มันพลังความมืด ไม่ใช่อีสุกอีใสนะลูก (......)"

⇢ แต่ว่า ตอนแรกฮัสต้าตั้งใจจะกำจัดพวกอีมิลเลยด้วยซ้ำ ตัวละครเราห้ามแน่นอน แต่ฮัสต้าพี่แกก็บอกว่ามันจำเป็น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กำจัดเพราะเบริลกับลิลลี่โผล่ออกมาขัด พร้อมเสนอวิธีที่ดีกว่าให้แก่ฮัสต้า

⇢ จำได้ลางๆว่าราวๆกับการชำระล้างอะไรซักอย่าง ก็น่าจะเกี่ยวกับไอ้เครื่องที่ได้มาจากไททาเนียดราก้อนตอนแรกล่ะมั้งคะ? แต่อ่านแล้วเจ้าตัวเหมือนจะบอกว่า 「ใช้พลังของจิตใจ」ในการชำระล้างความมืดมากกว่า....

⇢ แต่ว่า การที่จะชำระล้างอะไรเนี่ย ก็อยากให้พวกอีมิลอยู่นิ่งๆหน่อย สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการสู้กับแก๊งอีมิลที่โดนควบคุมอยู่ดี แถมสกิลของรุรุยเย่นี่โหดร้ายมาก- -** เชื่อว่าถ้าใครเข้าไปทำเควสแล้วสังเกต รุรุยเย่จะใช้สกิลจ้อบ50ของโซลเทคด้วย แถมแรงเอาเรื่องชนิดที่ว่าถ้าโดนแล้วใครป้องกันเวทย์ต่ำๆนี่เอาตายได้เลยค่ะ ขนาดป้องกันเวทย์50+นี่แทบช็อคตายเลย เผลอๆคนเลือดน้อยก็ปลิวไปแล้ว..

แต่ก็แล้วแต่ดวงด้วยนะคะ ฟฟฟ บางคนไปสู้ตั้งนานพี่แกไม่ใช้สกิลนี้ซักที



⇢ หลังจากต่อสู้เสร็จก็แน่นอนค่ะ ชำระล้างความมืด ก่อนที่พวกอีมิลจะกลับมาเป็นปกติ

ซึ่งรุรุยเย่ตอนเห็นเบริลกับลิลลี่ครั้งแรกนางดีใจมากๆ ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกันเล็กน้อยโอลิเวียก็เข้ามาแทรกก่อนที่พวกอีมิลจะกลับไปขึ้นบนสวนลอยฟ้าของอีมิลค่ะ





























































































วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560

【ECO】ว่าด้วยเนื้อเรื่องเควสอาวุธ120โดยคร่าวๆ

(ขอกลับเป็นตัวหนังสือสีขาวนะคะ ;_;)
าต่อเนื้อเรื่องกันเลยค่ะ∼ ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องต่อจากเนื้อเรื่องอันนี้นะคะ ➡ http://mainikasumire.blogspot.com/2017/09/ECO-SagaHustaST.html

🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻

⇢ เราไปที่ห้องสมุดเมืองเหนือ แล้วบังเอิญเจอชาลอน ชาลอนเลยทักทายเรา แล้วถามประมาณว่า นี่ใช่เราจริงๆสินะ? คือมันจะประมาณแบบ 「คุณคือคุณ⚪⚪สินะคะ?」 แล้วจะเริ่มพูดถึงเรื่องที่ชาลอนที่ดันเข้าไปพัวพันกับแก๊งของอีมิลโดยที่ชาลอนไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งชาลอนเองก็พึ่งได้รายละเอียดมาอีกนิดหน่อยหลังจากที่แม่นางฟื้นจากการสลบที่มอค

ซึ่งมันจะมีช้อยขึ้นมาให้เลือก แนวๆให้อภัยชาลอน

แล้วชาลอนจะบ่นๆว่า เราคงจะไม่ได้เจอกันอีกง่ายๆ และถามเราว่า เรามาทำอะไรที่ห้องสมุดแห่งนี้หรอ(อารมณ์แบบ เผื่อแม่นางจะช่วยเหลือเราได้)

เราก็เลยอธิบายกับชาลอนไปเลยว่ามาที่ห้องสมุดแห่งนี้เพราะต้องการหาเบาะแสในการกำจัดฮัสต้า 

⇢ หลังจากนั้น ชาลอนจะเริ่มบ่นถึงหนังสือเล่มหนึ่ง และบอกว่า พยายามเปิดเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเปิดอ่านได้ เลยคิดว่าอาจจะมีเนื้อหาอะไรสำคัญอยู่ในนั้น แล้วก็คืนหนังสือไว้ที่เดิม แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปลองหามาให้เราดู แล้วเดินออกไปเลย

*หมายเหตุ ภาพประกอบนี้ เป็นคนละช้อยที่เราแปลนะคะ ในภาพนี้มันอีกอันนึง มันมีช้อยให้เลือกสองครั้งค่ะ*


⇢ หลังจากที่ชาลอนออกไปตามหาหนังสือ คุณหนูอิริสกับไทนี่ซังจะเดินมาหาเรา และบอกเราว่า หนังสือที่ชาลอนตามหา คือหนังสือที่พวกลอร์เผลอไปเปิดแล้วเจอกับร่างอนาเธอร์ของแต่ละตัวนั่นเอง* และบอกกับเราว่า ตอนนี้หนังสือเล่มนั้นอิริสและไทนี่ซังได้เอาไปเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยแล้วเรียบร้อย

และหลังจากนั้น อิริสกับไทนี่ซังก็ได้ทราบว่า เราต้องการที่จะกำจัดฮัสต้า จึงได้ไปช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้ และได้พบว่า สิ่งที่จะสามารถกำจัดฮัสต้าได้นั้น คือ「อาวุธในตำนาน(อาวุธ120)」และได้เล่าถึงตำนานของอาวุธชิ้นนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะถูกทำลายไปแล้ว เราจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างใหม่ ซึ่งมันก็มีหลายๆอย่างที่จำเป็นต้องใช้ในการสร้าง ซึ่งหลายๆอย่างที่ว่าก็จะมาเรื่อยๆในเนื้อหาถัดๆไปค่ะ เพราะมันเยอะจริงๆ แต่มีหัวใจหลักของอาวุธคือ「ワールドオーブ(World Orb)」ค่ะ

*เป็นเรื่องราวต่อจากบทนำอนาเธอร์โครนิเคิล... ถ้าดูจากในเควสอาวุธ120 จะมีเงื่อนไขให้ผ่านบทนำAAAด้วยค่ะ ซึ่งจากเนื้อเรื่องนั้น พวกลอร์ได้ไปเผลอเปิดหนังสืออนาเธอร์จนเป็นเหตุให้ร่างอนาเธอร์(ร่างลอร์ที่เป็นตัวสีดำๆตาแดงๆ) ออกมาวุ่นวายบนโลกค่ะ ย้ำว่าพวกลอร์เผลอค่ะ พวกนางซุ่มซ่าม ไม่ใช่ไม่รู้ว่าหนังสือมันอันตราย รู้หมดทุกตัวเลยด้วยว่ามันอันตรายมากๆ แต่พวกนางดันซุ่มซ่ามไปเผลอเปิด ซึ่งถ้าของอิริสนางจะเผลอไปเปิดเอง แต่ของฝ่ายลอร์ที่เหลือนั้น อัลคาร์ดกับคิโยฮิเมะดันไปเผลอเปิดจนโดนลอร์ตัวอื่นเทศน์ไปเรียบร้อย...



⇢ หลังจากชาลอนเดินกลับมา ก็ได้บอกกับเราว่า ชาลอนตามหาหนังสือที่ว่านั้นไม่เจอ เลยได้แต่ขอโทษเรา ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วชาลอนก็เลยขอตัวไปที่อื่นแล้ว เพราะเราเองก็ต้องไปหาไททาเนียดราก้อนด้วยเช่นกัน




⇢ เรากลับไปหาไททาเนียดราก้อน และรายงานเรื่องการสร้างอาวุธในตำนาน ไททาเนียดราก้อนจึงขอไปจัดการเกี่ยวกับWorld Orbดู และบอกให้เราไปสร้างมิติของอาวุธชิ้นนี้และให้ไปหาอีมิลดราก้อนและมังกรคนอื่นๆเพื่อรวบรวมพลังค่ะ



⇢ หลังจากนั้นเราจึงเดินทางไปที่ที่เหล่าอาจารย์ของแต่ละอาชีพอยู่ค่ะ ซึ่งอันที่จริงพวกพี่แกก็เหมือนเป็นตัวตนของอาวุธ110อย่างไรอย่างนั้น....

คามุยบอกมาแค่ว่า จะสามารถให้พลังได้ ต่อเมื่อเราทำแบบทดสอบที่พี่แกให้สำเร็จเท่านั้น หรือก็คือ การเข้าไปต่อสู้กับร่างปลอมของตนเองนั่นเองค่ะ

⇢ หลังจากต่อสู้เสร็จ ก็จะมีการถามอีกทีว่าจะสร้างมิติของอาวุธ110หรือไม่ ซึ่งจะสูญเสียพลังของอาวุธเดิมไปเล็กน้อยค่ะ เพราะเป็นการดึงพลังออกมา



⇢ หลังจากนั้นเราก็ไปหาโดมิเนียนดราก้อน ซึ่งโดมิเนียนดราก้อนก็จะบอกว่า นางจะยังรวมพลังอะไรซักอย่างให้กับอาวุธนี้ไม่ได้ ถ้าหากไม่ได้พลังของมิทามะมาช่วย จึงบอกให้เราไปหาพวกมิทามะ



⇢ เราจึงไปหาพวกมิทามะ ซึ่งเปิดตัวบทสนาด้วยการที่ไรบอกเรามาว่า พี่แกไม่รู้จักอาวุธนี้ แต่ว่ามิทามะตัวอื่นก็พอจะเคยได้ยินมาอยู่บ้าง ซึ่งดูเหมือนว่าจะต้องใช้พลังของพวกมิทามะ ประกอบกับไอเทม『暴の眼』『碧の眼』และ『闇の眼』 แต่ว่าในคลังพวกมิทามะจะไม่มี『暴の眼』ให้เรา 

แต่ว่า พวกมิทามะเองก็บอกเราเองเช่นกันว่า สามารถไปซื้อได้ที่โลกโดมิเนียนได้ด้วยเงินCP



⇢ หลังจากที่เราได้ไอเทมมาหมดแล้ว เราจึงเดินทางกลับไปหาโดมิเนียนเพื่อให้เจ้าตัวรวมพลังของพวกมิทามะกับดวงตาที่ไปซื้อด้วยเงินCP และรวมพลังของตนเองใส่ลงไปในอาวุธของเราด้วย และฝากให้เราไปจัดการกับอาวุธและWorld Orbต่อ



⇢ หลังจากนั้น เราได้เดินทางไปหาอีมิลดราก้อน ซึ่งอีมิลดราก้อนบอกว่าจะใส่พลังของตนเองลงไปในWorld Orbให้ แต่ว่า เจ้าตัวดันใส่ไม่ได้ และอีมิลดราก้อนเองก็อยากออกมาช่วยตามหาวิธี แต่ว่าด้วยสภาพของอีมิลดราก้อนในตอนนี้ ทำให้ไม่สามารถออกมานอกวาฬได้ และฝากให้เราไปหาวิธีรวมพลังให้เจ้าตัวหน่อย และอีมิลดราก้อนก็บอกแถมมาว่า น่าจะมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้อยู่บนโลกแห่งนี้



⇢ ซึ่งอะไรไม่รู้ดลใจให้เราไปบ้านของชินมะ ซึ่งก็ตามคาด อธิบายเรื่องการรวมพลังยิบย่อยแบบพวกมิทามะเลย และอธิบายเรื่องจำนวนชิ้นของอุปกรณ์เหมือนเดิม และให้ไอเทมที่สามารถรวมพลังได้ให้แก่เรา ซึ่งโอลิเวียก็บอกว่า ให้นำ「หินแห่งความรู้สึก」ไปด้วย

*รายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อย : พอเห็นพวกชินมะ นึกอย่างนึงได้ มีรุ่นพี่เล่ามาว่า ในเนื้อเรื่องซาก้า8 รุรุยเย่ได้เล่าว่า ตอนที่กำลังมาโลกโดมิเนียน เจ้าตัวได้หลุดไปโลกอะไรไม่รู้ มีแต่ความมืด แล้วโดนอะไรไม่รู้เข้าสิงเจ้าตัว ซึ่งรุ่นพี่เราคาดว่า น่าจะเป็นโลกของชินมะค่ะ ซึ่งพออ่านรายละเอียด ก็คงคิดว่ามันก็คงไม่พ้นชินมะจริงๆค่ะ...*



⇢ และหลังจากนั้นเราก็กลับไปหาอีมิลดราก้อนอีกรอบ พร้อมกับให้อีมิลดราก้อนรวมพลังของWorld Orbและพลังของหินแห่งชีวิตเข้าด้วยกันด้วย และก็ได้World Orbแบบใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมมา(เพราะอีมิลดราก้อนใส่พลังเจ้าตัวลงไปด้วย)



⇢ หลังจากนั้น เราก็กลับไปหาไททาเนียดราก้อนอีกครั้งเพื่อรวมพลังทั้งหมดเข้าด้วยกัน แต่สุดท้ายไททาเนียดราก้อนก็ยังทำไม่ได้อีก(!!!!)

เจ้าตัวจึงขอให้เราลองไปหาอิริสที่ห้องสมุดอีกครั้ง เผื่อจะได้เบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกับขอโทษเราที่ทำให้เราต้องวิ่งไปวิ่งมา...

อนึ่ง บทสนา พอดูๆแล้ว แต่ละตัวรีบมากๆ ก็นะ ปลาวาฬใกล้บุกโลก..... ยิ่งไททาเนียดราก้อนถึงกับบอกว่า 「ไม่มีเวลามาพักผ่อนแล้ว!」เลยทีเดียว....



⇢ เรากลับไปหาอิริสอีกครั้ง และก็ได้คำตอบจากอิริสมาว่า ยังขาดบางอย่างที่จะสร้างเจ้าอาวุธชิ้นนี้อยู่ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ขอโทษเราเพราะไม่ได้บอก เนื่องจากมันเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างจะยุ่งยากพอสมควร

และเจ้าตัวก็บอกว่า เราต้องหา「ปากกาทองแดง」มาเพื่อเขียนบางสิ่งลงในกระดาษเพื่อประกอบกับ「เตาแห่งความรู้สึก」แล้วก็บอกว่า ปากกาทองแดงเนี่ย จำนวนที่จะใช้มันไม่น้อยเลย

แต่หลังจากนั้นพวกลอร์เองก็มาแทรกอิริสค่ะ

โดยแต่ละตัวมันก็จะต่างกันไปเรื่อยๆตามสไตล์ แต่ความหมายก็เชิงเดียวกันคือจะช่วยเราค่ะ

แต่ยกเว้นลูซิเฟอร์ โผล่งมาเฉยว่า 「ถ้าหากเธอทำอาวุธเสร็จแล้ว อย่าลืมเอามาให้ฉันดูนะ∼」

หลังจากนั้นอิริสก็บอกให้เราไปตามหาปากกาทองแดงสิบแท่งเพื่อเอามาใช้ โดยพวกลอร์ก็จะช่วยเราตามหาเช่นเดียวกัน





⇢ หลังจากนั้นเราก็ไปรับพลังของเตาแห่งความรู้สึกจากพวกแก๊งนักเรียนจากบ้านคุณครูอามิส ไม่มีอะไรมาก รวมพลังเฉยๆค่ะ ฟฟฟฟ



⇢ หลังจากรวมพลังเสร็จ เราจึงกลับไปหาไททาเนียดราก้อนอีกครั้ง และได้เรียกพวกอีมิลมาด้วย ทุกคนจึงรวมพลังทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งทำให้ไอเทมและความรู้สึกทั้งหมดที่รวบรวมมา ได้กลายเป็นอาวุธในตำนาน(อาวุธ120)ค่ะ 

อนึ่ง รุรุยเย่ก็หวังจะช่วยเบริลกับลิลลี่ แต่ที่เหลือก็มุ่งเป้าไปที่ฮัสต้าบ้าง เป็นบทสนาเล็กน้อย เป็นอันจบเนื้อเรื่องอาวุธ120ค่ะ





--------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------
---------------------------
--------
--









วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560

【ECO】เนื้อเรื่องซาก้า破滅の黄風(ที่ได้ฮัสต้าตอนจบ)โดยคร่าวๆ

(ขอกลับเป็นตัวหนังสือสีขาวนะคะ ;_;)

แปลคร่าวๆค่ะ ไม่ได้อ่านละเอียด.............. แถมนานพอสมควรแล้วด้วย OTL

ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー


⇢ เราเจอกับอีมิลบนอัพทาว แล้วบอกให้เราไปหามาช่าที่ท่าเรือที่สกายทาวเวอร์ของโลกไททาเนีย พอไปถึงมาช่าบ่นว่าเราไปสายมากๆ



⇢ พอไปถึงห้องของไททาเนียดราก้อน ก็โดนบ่นไปตามระเบียบ ไททัสบ่นเรานิดหน่อยแต่สุดท้ายโดนความซื่อของลิลลี่ ดันไปบอกว่าไททัสคิดแบบอื่นก่อนเรามาจนไททัสเงิบกิน



⇢ เราไปหาอีมิลดราก้อน ขอละเว้นไว้เพราะลืมว่าอีมิลดราก้อนพูดอะไร... แต่บอกให้เราไปที่ทองก้า มอค แล้วก็ฟาอีสค่ะ



⇢ ตัดภาพไปที่ทางฮัสต้า อันที่จริงตั้งแต่ตอนต้นที่ฮัสต้าไปคามายแล้ว เหมือนจะไปตามหาบางอย่าง แต่ในภาพนี้ ฮัสต้าต้องการจะทำอะไรซักอย่างกับพวกแก๊งอีมิลโดยใช้ร่างของผู้หญิงคนนี้



⇢ โดยในตอนแรกเราจะต้องเดินทางไปทองก้า แล้วก็ได้พบกับชาวเมืองทองก้า ซึ่งตอนนี้ทองก้ากำลังวุ่นวายเพราะมีคนกลายร่างเป็นปีศาจ ซึ่งพวกอีมิลก็เข้าไปตรวจสอบแล้วก็ได้พบกับแฟนธ่อม

ซึ่งหลังจากได้สู้กับแฟนธ่อมตัวแรกเสร็จ อีมิลกับเราก็ได้ยินเสียงโวยวายจากทางอื่น ซึ่งเราก็ได้วิ่งตามเสียงไป..... โดยที่อีมิลกำลังห้ามเราไม่ให้ไป แต่สุดท้ายอีมิลก็วิ่งตามเราไป



⇢ เราจะได้พบกับเด็กผู้หญิงคนนึง กำลังสู้กับแฟนธ่อม แล้วเราก็เข้าไปขวางการโจมตีของแฟนธ่อมเพื่อช่วยเหลือเด็กผู้หญิงคนนี้

⇢ หลังจากสู้กับแฟนธ่อมเสร็จ พวกแก๊งอีมิลกับเราก็รวบรวมอะไรซักอย่างซึ่งนี่ก็จำไม่ได้เหมือนเดิม.. ถ้าจำไม่ผิดน่าจะความรู้สึก....



⇢ หลังจากที่เรากำลังจะออกจากทองก้า พวกคนในเมืองก็มาขอบคุณเรา แล้วเราก็จะเจอกับเด็กผู้หญิงคนนี้คนเดิม ซึ่งมาแนะนำตัวว่า ตัวนางชื่อ「ชาลอน(シャロン)」และขอเข้าร่วมแก๊งอีมิล แต่อีมิลปฏิเสธไป และชาลอนก็ไม่ได้ว่าอะไรและเดินออกไป ซึ่งชาลอนเองก็ดูออกว่าอีมิลไม่ไว้ใจนางอย่างแรง…

หลังจากชาลอนไป พวกคนที่เหลือที่ไม่ใช่อีมิลถามอีมิลว่า ทำไมถึงไม่ให้ชาลอนเข้าร่วมแก๊ง อีมิลก็ตอบประมาณว่า 「อกของเธอมันมีรอยแปลกๆ」 หลังจากนั้นคนทั้งกรุ๊ปเลยสตั้นกินเลยว่า 「หะ!? อีมิลดูหน้าอกของผู้หญิง」

ซึ่งลิลลี่ก็ได้แต่บอกประมาณว่า 「การมองหน้าอกผู้หญิงมันแปลกขนาดนั้นเลยหรอ」

ถ้าจำไม่ผิด เบริลตอบลิลลี่ไปว่า「มันเป็นการเสียมารยาทนะ」




⇢ หลังจากนั้น ระหว่างเดินทางไปฟาอีส เราก็ได้เจอกับนักดาบคนหนึ่ง เป็นคนจากหมู่บ้านนี่แหละ ซึ่งตอนนี้กำลังเครียดหนักมาก และได้ขอความช่วยเหลือจากแก๊งอีมิล



⇢ เราเจอชาลอนที่หน้าทางเข้า และได้ถามชาลอนว่าแม่นางมาทำอะไรที่นี่ ซึ่งชาลอนก็ได้แต่ตอบว่า 「ม.. มาทำเควสค่ะ! ทำเควสน่ะ!」



⇢ เราก็ได้เจอกับแฟนธ่อมเหมือนเดิม แล้วเรา ไททัส อีมิล และชาลอนแยกไปสู้กับแฟนธ่อมจากอีกทาง ซึ่งก็ได้พบกับคุณปู่ของนักดาบที่ขอความช่วยเหลือเราด้วย ซึ่งระหว่างสู้กับแฟนธ่อม ไททัสต้องการจะบัพพลังให้แก่ชาลอน แต่ไม่สามารถบัพได้ จึงได้เกิดอาการสงสัยว่าทำไมถึงบัพให้ชาลอนไม่ได้ แต่ชาลอนก็เอาแต่ขอโทษแก่ไททัส....

ซึ่งหลังจากเคลียร์เรื่องแฟนธ่อมเสร็จก็เกิดการรวมตัวกันเหมือนเดิม และแก๊งอีมิลก็เหมือนเดิม…

⇢ หลังจากนั้น พวกอีมิลก็ได้เดินทางต่อไปยังมอค ซึ่งก็มีบทสนาเล็กน้อยก็ที่เราจะแยกไปคนเดียว



⇢ เราจะไปบังเอิญเจอชาลอนเข้า และเราก็ได้ถามชาลอนไปว่า 「ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ มันอันตรายนะ?」

ซึ่งชาลอนก็ได้แต่ตอบแบบเดิมว่ามาทำเควส… อีกแล้ว…

และหลังจากนั้นเรากับชาลอนก็ได้ยินเสียงโวยวาย จึงวิ่งไปตามเสียง และได้พบกับแฟนธ่อมกับคนที่กำลังกลัวอยู่แถวนั้น…

⇢ ซึ่งตอนนั้นจะมีช้อยให้เลือกว่า จะให้เราไปสู้เลย หรือจะไปตามพวกอีมิลก่อน ซึ่งถ้าเราตอบว่าจะไปตามพวกอีมิลก่อน ชาลอนจะห้ามไม่ให้เราไป และจะเด้งหน้าต่างตัวเลือกเดิมมาอีกรอบ… แต่ถ้าบอกว่าจะไปสู้เลย จะถือเป็นคำตอบที่พาไปสู่เนื้อเรื่องต่อไปได้ค่ะ



⇢ หลังจากสู้เสร็จ เราจะได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย ซึ่งชาลอนอยู่ดีๆก็มาร่ายเวทย์ใส่เราแล้วบอกว่า 「ไม่เป็นไรหรอก」

ซึ่งเราเองก็ตกใจว่า ทำไมอยู่ดีๆมันถึงได้มีพลังความมืดมาอยู่รอบตัวเรา ซึ่งตัวเราก็ตกใจไม่น้อย และชาลอนก็ได้เริ่มอธิบายแผนการบางอย่าง…

“ฉันต้องการที่จะไปกำจัดไททาเนียดราก้อน แต่ด้วยสภาพของฉันในตอนนี้ ฉันไม่สามารถไปหาไททาเนียดราก้อนได้ เพราะฉันไม่สามารถเข้าไปในหอคอยที่สกายทาวเวอร์ได้

แต่ว่า.... คนที่จะไปหาไททาเนียดราก้อนข้างในได้ ก็มีแต่คนในกลุ่มแก๊งอีมิลที่สามารถเข้าไปหาไททาเนียดราก้อนได้ ถ้าเป็นคนอื่นก็จะถูกห้าม ฉันถึงต้องเข้ามาตีสนิทกับพวกนายเพื่อที่จะเข้ากลุ่มเพื่อไปหาไททาเนียดราก้อนและกำจัดไททาเนียดราก้อนซะ… 

แต่ดูเหมือนว่าอีมิลจะฉลาดกว่าที่คิด ฉันจึงต้องสร้างสถานการณ์ให้อยู่กับเธอ และมันก็สำเร็จ!”

หลังจากนั้นก็ได้มีบางอย่างออกมาจากร่างของชาลอน และได้ค้นพบว่า ฮัสต้าสิงอยู่ในร่างของชาลอนนั่นเอง…

และหลังจากนั้นฮัสต้าก็ได้สิงเราไปและกลับไปหาพวกอีมิลโดยใช้ร่างของเราไป…
ซึ่งอันที่จริงอีมิลก็สังเกตความเปลี่ยนไปของพวกเราอยู่ แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้…



⇢ ตัดภาพมาที่เราที่กำลังโดนสิงและควบคุมตัวละครไม่ได้ ได้เจอกับชายปริศนาที่อยู่ข้างในแผนที่ขาวๆโล่งๆ กำลังปลุกเราอยู่

ซึ่งเราเองก็แอบตกใจเบาๆ และหันไปมองรอบๆแผนที่นี้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งชายปริศนาคนนี้ก็ได้อธิบายว่าที่แห่งนี้คืออะไร…

พอฟังชายปริศนาคนนี้เล่าไปซักพัก ตัวเราก็เกิดสงสัยว่าชายคนนี้คือใคร ก็เลยถามไปแบบโต้งๆเลยว่าชายปริศนาคนนี้เป็นใคร

ซึ่งพี่แกก็ตอบมาหน้าตาเฉยด้วยว่า พี่แกคือ「ฮัสต้า」ด้วยสีหน้าปกติ ซึ่งเราเองก็เงิบกินไปแล้ว

ฮัสต้าก็ได้แต่หัวเราะนิดหน่อย และได้เริ่มเล่าบางอย่างว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้…




⇢ โดยฝั่งของโลกความเป็นจริงนั้น ก็ไม่ได้มีอะไรเลย นอกจากฮัสต้าที่สิงเราก็ตามพวกอีมิลไปเรื่อยๆ

⇢ ฮัสต้าได้เริ่มเล่าบางอย่าง เกี่ยวกับอดีตของฮัสต้าที่จะกลายมาเป็นฮัสต้าในตอนนี้…

เมื่อก่อน ฮัสต้าเป็นนักวิจัยคนหนึ่ง ที่กำลังเดินทางไปยังดวงจันทร์กับนักวิจัยคนอื่นๆและลูกของนางด้วยจรวด ซึ่งน่าจะไปเที่ยวมากกว่า

ระหว่างทาง ลูกของฮัสต้า ที่ชื่อว่า「ลอร่า」ก็ได้ถามพ่อ(ฮัสต้า)ของตนเองว่า…

「ป๊ะป๋าคะ ถ้าหนูไปดวงจันทร์ หนูจะเจอกระต่ายจริงๆใช่ไหมคะ⁉ ตื่นเต้นจังเลยค่ะ」

「อาจจะเจอก็ได้นะ เดี๋ยวเราก็จะได้คำตอบเองเมื่อไปถึงที่ดวงจันทร์」

แต่ว่า… เรื่องมันก็ไม่ได้ไปได้ด้วยดีขนาดนั้น ยานของเหล่านักวิจัยกลุ่มนี้ โดนปลาวาฬเขมือบไปค่ะ...

It so yummyเลยทีเดียว.... 




⇢ หลังจากนั้น คนในยานก็เริ่มหายไปเรื่อยๆ จนเหลือแค่นักวิจัยคนนึง ฮัสต้า และลอร่า และหลังจากนั้นนักวิจัยคนนั้นก็ได้กลายร่างเป็นแฟนธ่อม ฮัสต้ากับลอร่าจึงหนีออกไปนอกยาน

ซึ่งภายนอกยาน ถ้าสังเกต ซึ่งไม่ต้องสังเกตหรอกค่ะ เห็นโต้งๆเลย มันคือแผนที่อัพทาวที่โดนปลาวาฬกินไปนั่นเองค่ะ และเราก็เคยเข้ามาแล้วกับพวกอีมิลตอนที่เราลุยดันทะเลทรายไปหาอีมิลดราก้อนค่ะ

หลังจากที่ฮัสต้ากับลอร่าหนีออกมานอกยานแล้ว ก็ได้เจอกับแฟนธ่อมอีกรอบนึง แต่อยู่ดีๆลอร่าก็กลายร่างเป็นแฟนธ่อม และได้ต่อสู้กับแฟนธ่อมอีกตัวจนแฟนธ่อมตัวนั้นกลับร่างเป็นมนุษย์และสลบไป และลอร่าเองก็หนีไปทั้งๆที่อยู่ในร่างแฟนธ่อมด้วย

หลังจากที่ฮัสต้าได้เห็นภาพเหล่านี้ ความรู้สึกในใจบางอย่างมันก็พรั่งพรูออกมา เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก(แต่น่าจะเป็นความรู้สึกด้านลบมากๆด้วย.... แต่ก็ระบุไว้ว่า มันมีความรู้สึกหลายด้านมากๆที่เข้ามาในหัว เพราะเจ้าตัวบอกว่า ทั้งความรู้สึกที่อยากช่วยลูก ความกลัว ความเกลียดชัง มันปนกันไปหมด) หลังจากนั้นเจ้าตัวก็เลยสลบไป...

....แต่ทว่า หลังจากที่สะสมความรู้สึกแบบนี้ไปมากๆเข้า ฮัสต้าที่เดิมที่เป็นนักวิจัย(ดวงซวย)คนหนึ่ง ก็ได้"กลายร่าง"เป็นฮัสต้าร่างมืดที่เราเห็นๆกัน และมีเป้าหมายที่จะ"ทำลาย"โลกใบนี้

ซึ่งฮัสต้าร่างคนที่เราเห็นกันนั้นคือ "จิตใจด้านดีของร่างมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่" ย้ำว่าจิตใจนะคะ ฮัสต้าร่างนี้ไม่มีตัวตน เพราะเป็นเศษเสี้ยวของจิตใจด้านดีของฮัสต้าร่างมืดเท่านั้น ซึ่งฮัสต้าเองก็ได้อธิบายว่า ถ้าจะให้ฮัสต้าออกมามีตัวตนนั้น อาจจะต้องใช้พลังความคิดมากพอสมควรในการดึงให้ฮัสต้ามีตัวตนขึ้นมา

ซึ่งหลังฮัสต้าเล่าเสร็จ เหมือนกับตัวเราก็จะเก็บจิตใจด้านนี้และจะช่วยเหลือฮัสต้าไว้



⇢ ตัดภาพไปที่โลกแห่งความเป็นจริง ฮัสต้าก็สิงเราเดินทางไปหาไททาเนียดราก้อนเรื่อยๆ ซึ่งจังหวะที่ฮัสต้ากำลังเข้าโจมตีไททาเนียดราก้อน ไททาเนียดราก้อนก็ได้ใช้พลังเวทกั้นไม่ให้ฮัสต้าเข้ามาโจมตีได้… เพราะดูเหมือนว่าไททาเนียดราก้อนจะดูออกอยู่แล้วว่ามันมีรังสีแห่งความไม่หวังดีอยู่รอบๆเจ้าตัว

แต่พวกคนในแก๊งอีมิลก็โวยวายกันตามเดิมว่าทำไมอยู่ดีๆเราจะโจมตีไททาเนียดราก้อน ซึ่งฮัสต้าก็ออกมาจากตัวเราง่ายๆเลย

พวกแก๊งอีมิลเลยส่งเครื่องหมายตกใจมาทั้งแก๊งเลยจย้า

ซึ่งฮัสต้าก็โผล่ออกมาและหนีหายไปอย่างรวดเร็วเลย…

หลังจากนั้นเราก็ฟื้นขึ้นมา พวกอีมิลก็มาถามถึงความปลอดภัยของเรา แบบ เป็นอย่างไรบ้าง? สบายดีไหม? ด้วยความเป็นห่วงตามประสาเพื่อน

ซึ่งหลังจากนั้นพวกเราก็ไล่ตามฮัสต้าไป…



⇢ ระหว่างที่เราไล่ตามฮัสต้า ฮัสต้าก็ใจป้ำ แจกแฟนธ่อมจำนวนเล็กน้อย(เมื่อเทียบกับลาสสตอรี่)มาให้แก๊งอีมิล 

ซึ่งหลังจากไล่ตามจนไปถึงแมพหางปลาวาฬ ก็ได้เจอกับฮัสต้าที่กำลังทำอะไรบางอย่างกับมิติ ซึ่งหลังจากที่พวกอีมิลได้เจอกับฮัสต้า จึงได้เกิดการสู้กันอีกครั้ง ซึ่งเราก็จะได้สู้กับบอสที่โหดที่สุดในเกม ล้อเล่นค่ะ ถ้าหากทำเควสอยู่ ก็นั่งเฉยๆรอพวกอีมิลเดี้ยงนั่นแล ถถถถ

ซึ่งตามเนื้อเรื่องคือ พวกอีมิลจะไม่สามารถสู้กับฮัสต้าได้ ซึ่งในขณะที่ฮัสต้ากำลังผลักอีมิลกับเราลงเหวไป เบริลกับลิลลี่ก็ได้มาขวางจนสองคนนี้ตกลงไปในเหวแทนเรากับกับอีมิล และพวกแก๊งอีมิลก็มากองกันหน้าเหวแล้วโวยวายกันใหญ่

ฮัสต้าเห็นดี เลยจะร่ายเวทผลักแก๊งอีมิลให้ตกลงไปทั้งแก๊งอีกรอบนึง แต่ไททาเนียดราก้อนก็ได้มาขวางฮัสต้าไว้ ก่อนที่พวกอีมิลและเราจะตกลงไปในเหว แล้วหลังจากนั้นฮัสต้าก็หนีไป

ซึ่งรุรุยเย่ก็กลัวเบริลกับลิลลี่จะตายมากๆ แต่ไททาเนียดราก้อนก็ขอโทษที่ไม่สามรถช่วยอะไรพวกอีมิลได้ แต่ก็บอกตอนท้ายว่า 「แต่ว่า… สองคนนี้อาจจะยังไม่ตายก็ได้ ถ้าเรารีบไปช่วยก่อนที่จะสายเกินแก้」และไททาเนียดราก้อนก็จึงได้เริ่มวางแผนที่จะช่วยเบริลและลิลลี่ต่อไป และหาวิธีที่จะต่อสู้(กำจัด)ฮัสต้าไป



⇢ เราจะต้องไปฝึกกับไททาเนียดราก้อน และพวกแก๊งอีมิลเองก็อยากฝึกฝนกับอีมิลดราก้อน ซึ่งพวกแก๊งอีมิลก็เลยนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปรายงานให้แก่อีมิลดราก้อนเช่นเดียวกัน ซึ่งอีมิลดราก้อนเองก็บอกว่า จะหาเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับเบริลกับลิลลี่เช่นเดียวกัน พวกแก๊งอีิมิลเลยกลับมาฝึกกับไททาเนียดราก้อนเช่นเดียวกัน




⇢ แล้วหลังจากนั้นเราก็มาฝึกกับไททาเนียดราก้อน และหลังจากฝึกกับไททาเนียดราก้อนเสร็จ ก็กลับสู่เมืองเอลชิเอลอีกรอบ

แต่ว่า เนื้อเรื่องมันยังไม่จบ ฮัสต้า(ที่เป็นร่างดี) ได้เรียกเราจากภายในจิตใจ และบอกเราว่า ต้องการจะนำความคิดบางอย่างไปบอกไททาเนียดราก้อน และบอกแก่อีมิล ซึ่งเราเองก็ได้บอกอีมิล และอธิบายว่าในจิตใจเรามีฮัสต้าอยู่

ซึ่งตอนแรกๆพวกแก๊งอีมิลไม่ค่อยเชื่อใจว่าฮัสต้าคนนี้จะเป็นฮัสต้าที่ดี และไม่อยากให้ฮัสต้าออกมา
ซึ่งฮัสต้าที่อยู่ในจิตใจเราก็ได้ยินที่คุยกันข้างนอกทุกประการ ก็เลยขอโทษเราที่นางโผล่มารบกวนเรา

แต่ว่า ทิต้าบอกว่า 「นี่อาจจะเป็นฮัสต้าที่ดีก็ได้นะ ลองเชื่อใจดูสิ?」ซึ่งฮัสต้าเองก็ได้ยินและตกใจนิดนึง

ซึ่งสุดท้าย เราก็เลยปรึกษาไททาเนียดราก้อนและแก๊งอีมิลนิดหน่อย แล้วก็ดึงจิตใจของฮัสต้าให้ออกมามีตัวตนอยู่บนโลกภายนอก

อนึ่ง ไททัสเกิดอาการซิสค่อนกำเริบ บอกดักฮัสต้าไว้ว่าอย่าเข้ามาใกล้น้องสาวพี่แกให้มากนัก…

หลังจากนั้นไททาเนียดราก้อนก็ให้ไอเทม「ワールドオーブ」 และบอกว่ามันเป็นไอเทมที่เอาไว้สร้างอาวุธในตำนาน(อาวุธ120) 

และหลังจากนั้นฮัสต้าร่างคนกับพวกอีมิลก็ได้ทำความรู้จักกัน และจบเควสแต่เพียงเท่านี้ ซึ่งตัวเราก็จะต้องไปสร้างอาวุธในตำนานชิ้นนี้ต่อ และคิดว่าจะไปหาเบาะแสที่ห้องสมุดเมืองเหนือ



--------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------
---------------------------
--------
--







วันศุกร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560

【ECO】เนื้อเพลงเพลงThank you from now on(เพลงในซีดีเพลงครบรอบ9ปีของECO)

ตามตรงเลยค่ะว่าแทบจะไม่มีอะไรให้พิมพ์ละ ๕๕๕๕๕


Thank you from now on
> *ยังไม่ได้อัพไฟล์เพราะขี้เกียจอัพ...*

🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻
🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻

รายละเอียดเพลง
ขับร้อง : 石田燿子
เนื้อเพลง : 石田燿子
ทำนอง : しほり

🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻
🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻🔻


เนื้อเพลง
またひとつ終わった 旅を思い出してる
生命(いのち)の樹の下で いつも癒された心

もっと
遠くに行けると 高く飛べるんだと信じて
うまくいかない そんな時も君がいた

どんな思いも持って行こう
おおきなカバンにつめて
変わらないもの そして新しいものも
あの日を越えて
無限に広がる 冒険の行き先はまだ
ゆっくりと探していけばいいよ
Still continues and from now on

この先は誰にも 予想できない未来
虹の魔法かけて ずっと君を守るから

だって
これからはじまる すべての出来事はたぶん
必ずなにかの 意味があるはずなんだよ

どんな日常にもきっと
ちいさなシアワセの種
見つけられたら それがスタートの合図
駆け抜けていこう
長い道のりも 君と一緒ならどこへでも
行けそうだよ 世界の果てまででも
Hope to be with you forever

どんな思いも持って行こう
おおきなカバンにつめて
変わらないもの そして新しいものも
あの日を越えて
無限に広がる 冒険の行き先はまだ
ゆっくりと探していけばいいよ
Still continues and from now on



----------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------
-------------------------------
-----------------